วันอาทิตย์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

เทคนิคการเดินป่า

เทคนิคการเดินป่า

การจัดสัมภาระเดินทาง การเดินป่า ควรจัดสัมภาระเท่าที่จำเป็นและให้น้อยที่สุด และใช้เป้แบบสะพายหลัง เพราะสัมภาระบางอย่างนั้นจำเป็นต้องแบกด้วยตนเอง
ใน 20 นาทีแรก ทุกอย่างยังปกติ แต่เมื่อเริ่มเหนื่อย และทางเริ่มสูงชันขึ้น จะรู้สึกว่าเป้หนักขึ้นเรื่อย ๆ จึงควรจัดสัมภาระที่ต้องแบกด้วยตนเอง ไม่ควรเกิน 2 กิโลกรัม ส่วนสัมภาระอย่างอื่นที่เป็นของส่วนรวม อาหาร และน้ำดื่ม แบ่งกระจายให้ลูกหาบ
เทคนิคป้องกันความหนาว ส่วนใหญ่แล้วนักท่องเที่ยวจะชอบสัมผัสความหนาวกัน แต่ก็มักจะขนขนเสื้อผ้ากันไปจำนวนมาก ประมาณว่าจะหนาวตาย โดยเข้าใจว่าการใส่เสื้อผ้าหลายชั้นเพื่อป้องกันความหนาว แท้จริงแล้วที่รู้สึกหนาวเพราะร่างกายสูญเสียความร้อน ฉะนั้นเราควรหาวิธีป้องกัน ไม่ให้ร่างกายสูญเสียความร้อนหรือพลังงาน เทคนิคที่ทำให้ร่างกายอบอุ่น กันลมได้ดี โดยมีน้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายสะดวก และไม่สกปรกง่าย คือ
1. เสื้อยืดแขนยาว ขนาดหนาปานกลาง สำหรับใส่ชั้นในสุด หากกลัวไม่พอเสื้อยืดแขนกุดอีกชั้นก็ได้
2. เสื้อกั๊กแบบไหมพรม เป็นชั้นต่อไป จะเก็บความอุ่นได้ดี
3. เสื้อแจ็คเก็ตและกางเกงขายาว แบบผ้าร่มชนิดหนา จะช่วยอบร่างกายให้อุ่นขึ้น ป้องกันลมและน้ำหนักเบา
4. หมวก ถุงมือ ถุงเท้า และถุงนอน ของเล็กน้อยที่ไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด เท่านี้ก็พอเพียง
เทคนิคการ [ไม่] อาบน้ำ บางแห่งบริเวณรอบ ๆ แค้มป์ เป็นป่าต้นน้ำ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริเวณรอบดอยปุย จึงควรงดการใช้สารเคมีต่าง ๆ เพื่อป้องกันผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม หากต้องการทำความสะอาดร่างกาย แนะนำให้นำผ้าขนหนูผืนเล็ก ติดตัวไปด้วย ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำแล้วเช็ดตัว จากนั้นใช้โลชั่นป้องกันผิวแห้งก็เพียงพอ เพราะอากาศในภาคเหนือ จะไม่เหนียวตัว
เทคนิคการเดิน การเดินบนความสูงระดับ 1,000 ม. ขึ้นไปนั้น จะรู้สึกเหนื่อยเร็ว เพราะสภาพความกดอากาศและปริมาณออกซิเจน ควรเดินช้า ๆ อย่างเป็นจังหวะ ก้าวเท้าทีละก้าวอย่างสม่ำเสมอ และเพื่อเป็นการออมแรงไว้ ให้เดินได้คลอดทริป เพราะจะไม่มีใครมีแรงพอ หาบคุณออกมาจากป่าได้ การประมาณและดูแลตัวเอง เป็นสิ่งสำคัญในการเดินป่า
เทคนิคการผิงไฟ การไปเดินป่า ไม่จำเป็นต้องล้างหน้าด้วยสบู่หรือโฟมเสมอไป โดยเฉพาะหน้าหนาว หรือต้องผิงไฟรอบกองไฟ สารที่ร่างกายขับมากับเหงื่อ จะช่วยเคลือบผิวหนังเป็นอย่างดี แค่ลูบและล้างด้วยน้ำสะอาด แล้วทาโลชั่นเสริม และหากต้องผิงไฟ แนะนำให้ชะโลมหน้าด้วย น้ำมันจอร์นสัน เบบี้ออย อีกเล็กน้อย ป้องกันหน้ากระจายได้

ป่า

เข้าสู่ฤดูฝนมองไปทางไหนหัวใจก็ชุ่มฉ่ำไปด้วยความเขียวขจีของต้นไม้ใบหญ้า หลังจากที่โรยรามานานหลายเดือน คราวนี้คงได้เริงร่ารับสายฝนที่พรำลงมากันอย่างสนุกสนาน และได้เวลาของนักเดินป่าทั้งหลายที่จะเตรียมตัวแบกเป้เข้าป่าอีกครั้งเพื่อไปชมความงามของธรรมชาติในช่วงฤดูฝน ป่าที่ไหนน่าเที่ยวชมบ้างตามไปดูกัน...พร้อมแล้วก็ออกเดินทางกันได้เลย

1. อช. เขาใหญ่ จ. นครราชสีมา
เป็นสถานที่เดินป่าที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกไปแล้ว เป็นที่ที่นักเดินทางหัวใจสีเขียวต้องไม่พลาด เพราะที่นี่นั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวให้คุณได้ศึกษาธรรมชาติมากมายหลายแห่ง ทั้งทุ่งหญ้า ป่าเขา และน้ำตกที่แสนงดงาม นอกจากนี้ยังมีสัตว์ป่าหายากหลายชนิด เช่น ช้าง กระทิง นกเงือก เป็นต้น ซึ่งทาง อช. ได้จัดเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติไว้หลายเส้นทาง ส่วนใครที่ชอบน้ำตกก็มีน้ำตกชื่อดังอย่างน้ำตกเหวสุวัต น้ำตกเหวนรก ให้คุณได้ชมท่ามกลางป่าดงดิบพื้นสุดท้ายของดงพญาเย็น
สอบถามรายละเอียดได้ที่ ททท. สำนักงานนครราชสีมา โทร. 0 4421 3666, 0 4421 3030

2. อช. ภูสอยดาว จ. อุตรดิตถ์
มีพื้นที่สภาพป่าค่อนข้างสมบูรณ์ปกคลุมไปด้วยป่าธรรมชาติที่สวยงาม เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร ยอดสูงสุดของภูสอยดาวสูงจากระดับน้ำทะเล 2,102 เมตร ซึ่งสูงเป็นอันดับ 4 ของประเทศไทย มีจุดเด่นที่น่าสนใจและเป็นที่ดึงดูดใจของนักท่องเที่ยว ได้แก่ น้ำตกภูสอยดาว เป็นน้ำตก 5 ชั้น และการผจญภัยขึ้นสู่ลานสนสามใบอันสวยงาม มีเนื้อที่กว้างประมาณ 1,000 ไร่ ที่นี่คุณจะได้พบกับดอกหงอนนาคที่ชูช่อล้อเล่นกับเม็ดฝนเป็นทุ่งกว้าง อีกทั้งเห็ดนานาชนิดที่ขึ้นในช่วงฤดูฝน ใครเป็นนักอนุรักษ์ธรรมชาติรับรองว่าคุ้มค่ากับความเหนื่อยยากในการเดินทางแน่ๆ
สอบถามรายละเอียดได้ที่ ททท.สำนักงานแพร่ โทร.0 5452 1118

3. อช. น้ำหนาว จ. เพชรบูรณ์
ป่าน้ำหนาวเป็นเขตกั้นระหว่างภาคอีสานและภาคเหนือสภาพพื้นที่ทั่วไปเป็นเทือกเขาสูงทอดยาวผ่านจังหวัดชัยภูมิ และจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยทั่วไปอากาศหนาว เย็นในตอนดึกและตอนเช้า ส่วนใหญ่ตอนกลางวันอากาศเย็นสบาย จึงกล่าวได้ว่าอุทยานแห่งชาติน้ำหนาวมีอากาศหนาวเย็นตลอดปี อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปี 25 องศาเซลเซียส แม้ว่านักท่องเที่ยวส่วนมากจะมาเยือนป่าน้ำหนาวในช่วงฤดูหนาว แต่ในช่วงฤดูฝนน้ำหนาวก็นับว่ามีเสน่ห์และชวนหลงใหลเพราะป่าสนเขานั้นจะชุ่มฉ่ำไปด้วยละอองฝน ผืนป่าเต็มไปด้วยผีเสื้อนานาพันธุ์ อีกทั้งยังมีดอกไม้ป่าและกล้วยไม้ดินที่พร้อมใจกันออกดอกให้นักท่องป่าได้ยลโฉมด้วย
สอบถามรายละเอียดได้ที่ ททท. สำนักงานพิษณุโลก โทร. 0 5525 2742-3
4. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง จ. เลย
เป็นอีกภูหนึ่งที่ชื่อเสียงว่าเป็นแหล่งรวมพันธุ์พืชโดยเฉพาะไม้ดอก และกล้วยไม้มีมากกว่าที่ใดๆ แต่ด้วยเหตุที่สถานที่แห่งนี้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า การที่จะมาเยือนนั้นต้องได้รับอนุญาติจากกรมป่าไม้ก่อน เส้นทางศึกษาธรรมชาติบนภูหลวง  เป็นเส้นทางเดินต่อเนื่องกันคุณจะได้เดินผ่านป่าดงดิบ ลำห้วย ป่าสนสามใบ และทุ่งดอกไม้สลับทุ่งหญ้าหลายชนิด อีกทั้งยังมีกุหลาบขาวและกล้วยไม้ป่าต่าง ๆ ให้ชมบริเวณผาโหล่นแต้ อีกทั้งยังมีจุดชมทิวทัศน์ของภูหอ ภูกระดึง นอกจากนี้ยังมีจุดท่องเที่ยวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ ได้แก่ ผากบ ผาชมวิว โหล่นช้างผึ้ง ซุ้มงูเห่า และน้ำตกสายทอง
สอบถามรายละเอียดได้ที่ ททท. สำนักงานเลย โทร. 0 4281 2812
5.อช. ภูหินร่องกล้า จ. พิษณุโลก
ภูหินร่องกล้า มีระดับความสูงจากน้ำทะเล 1,300-1,400 เมตร ในช่วงฤดูฝนเมฆฝนจะปกคลุมยอดเขาเป็นไอหมอกขาวสวยงามมาก โดยเฉพาะเส้นทางท่องเที่ยวชมลานหินปุ่ม ผาชูธง คุณจะได้ชมแหล่งต้นน้ำที่ไหลผ่านลานหิน เต็มไปด้วยดอกไม้ป่าที่บานสะพรั่งรับน้ำฝนบนลานหิน เช่น หงส์ทอง เปราะภู และยังปกคลุมไปด้วยมอส ตะไคร่ เฟิน และกล้วยไม้ชนิดต่างๆ ซึ่งทางอุทยานตั้งชื่อเส้นทางเดินป่าแห่งนี้ว่า "สวรรค์บนดิน" นอกจากนี้ยังมีน้ำตกหลายแห่ง เช่น น้ำตกหมันแดง น้ำตกศรีพัชรินทร์ น้ำตกผาลาด และน้ำตกตาดฟ้า เป็นต้น
สอบถามรายละเอียดได้ที่ ททท. สำนักงานพิษณุโลก โทร. 0 5525 2742-3
เรื่อง: กันต์ ณ ปกรณ์
ภาพ: ธนปกรณ์ สุขสาลี, ศุภสวัสดิ์ เพียรธัญกรณ์ http://yaipearn.multiply.com, ททท. สำนักงานเลย ททท.สำนักงานพิษณุโลก 
ขอขอบคุณข้อมูล: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
(คลิกที่ภาพ เพื่อชมภาพขนาดใหญ่)
กด Like สนุก! ท่ิองเที่ยว แค่คลิกเดียว...ก็เที่ยวได้ทุกวัน